[แผ่นดินของใคร] MORNINGS IN JENIN
ผู้แต่ง : ซูซาน อาบูลฮาวา ผู้แปล : อุษา ฤทธาภิรมย์
ของสำนักพิมพ์สันสกฤต
.
เขาพูดภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นว่า "ยิงใครไม่ได้อีกแล้ว"
.
ณ หมู่บ้านไอน์ ฮอดอันอุดมสมบูรณ์แห่งดินแดนปาเลสไตน์ เยห์ยาผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวกำลังทำหน้าที่เก็บเกี่ยวมะกอกและมะเดื่ออย่างขมักเขม้น ลูกชายทั้งสองของเขาเกือบจะโตพอรับช่วงต่อจากเขาได้แล้ว
สิ่งเดียวที่เขาไม่ค่อยพอใจกับ ฮะซัน ลูกชายคนโต มีเพียงแค่ฮะซันดึงดันจะแต่งงานกับสาวน้อยแก่นแก้วชาวเบดูอินที่ภรรยาของเขาแสนจะเกลียดนักเกลียดหนาเท่านั้นเอง
อย่างไรเสียแม่สาวชาวเบดูอินมอบทายาทให้ฮะซันเป็นบุตรชายถึงสองคน คือ ยูเซฟและอิสมาเอล วันหนึ่ง ขณะที่ยูเซฟผู้พี่ไม่ทันระวังก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับอิสมาเอลทำให้บนใบหน้าของน้องเกิดแผลเป็นที่ไม่มีวันเลือนหาย
.
ทุกอย่างในที่นั่นดูเหมือนจะสงบสุขดี...มันควรจะเป็นอย่างนั้น
.
ปี 1948 ปีที่ความหายนะมาเยือนชุมชนนี้ พวกเขาถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านไปอยู่ค่ายผู้อพยพในเมืองเยนิน ครอบครัวของเยห์ยาถูกต้อนไป
แม่สาวชาวเบดูอินกอดลูกชายคนเล็กไว้แนบอกขณะเดินไปบนทางเท้าโดยมีปืนจี้อยู่ด้านหลัง แต่แล้ว ลูกชายคนเล็กของเธอกลับหายตัวไป
อิสมาเอลหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับหัวใจของผู้เป็นแม่ที่แตกสลาย
.
ต่อมา อามาล เด็กหญิงซึ่งเป็นทายาทคนที่สามของเธอก็ได้ลืมตาดูโลก ณ ค่ายแห่งเยนินนั้นเอง
.
นายทหารชาวอิสราเอลผู้ลี้ภัยจากกองทัพนาซีอันเหี้ยมโหดมาสู่ดินแดนปาเลสไตน์เดินทางกลับจากเยนิน ไปยังบ้านของเขาซึ่งมีภรรยาสุดที่รักรออยู่
ภรรยาของเขาถูกทหารนาซีย่ำยีจนเธอไม่สามารถมีลูกได้อีกแล้ว ด้วยความรักและริษยา เขาฉกเอาเด็กทารกในอ้อมกอดของหญิงสาวชาวปาเลสไตน์คนหนึ่งและจากมา
เขายื่นทารกน้อยที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าให้เธอ โกหกเรื่องพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็กน้อย เธอไม่สนว่าทารกจะเป็นอาหรับหรืออะไร เธอบอกกับเขาว่า "จากนี้ไปเขาเป็นลูกชายของเรา"
.
แม้กระนั้น เสียงร้องเรียกหาลูกชายของหญิงชาวเบดูอินก็ยังคงตามหลอกหลอนเขาเรื่อยมา
.
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง อามาล เด็กหญิงน้อยที่เกิดและเติบโตในค่ายผู้อพยพแห่งเมืองเยนิน เธอได้อาศัยอยู่กับเพื่อนและครอบครัว พ่อที่เป็นราวกับเทพเจ้าของเธอ พี่ชายที่เธอรัก เพื่อนสนิทที่เป็นดุจอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตเธอ และแม่...
ที่เหลือเพียงแววตาอันว่างเปล่าหลังจากทหารอิสราเอลบุกโจมตีค่ายเยนินในสงครามหกวัน
.
จากเยนิน ไปสู่อเมริกาและเลบานอน อามาลเคยคิดจะหนีชะตากรรมของเธอ เคยพยายามที่จะลืมอดีตและใช้ชีวิตใหม่ในฐานะคนแปลกหน้าบนโลกที่ไม่มีทหารคอยกดขี่
แต่อย่างไรเสีย เธอยังคงปรารถนาที่จะกลับบ้านเกิดเสมอ เธอคิดถึงบ้านที่จากมา พี่ชายคนโตที่เธอรัก และพี่ชายอีกคนหนึ่งที่เธออาจไม่มีโอกาสได้รู้จักเลย
.
นั่นคือบ้านเกิดที่ทำให้เธอได้พบกับความรักและมิตรภาพอันงดงาม รวมทั้งความโหดร้ายทารุณอันขมขื่นจากสงคราม
.
มีสิ่งหนึ่งเรียกร้องเธอให้กลับสู่บ้านเกิด เธอได้ยินเสียงเรียกจากปาเลสไตน์ในตัวเธอ
------- —-- ------- —-- ------- —-- ------- —-- ------- —--
..........
ที่มาบางส่วนจาก http://gemmingi.exteen.com/20111009/mornings-in-jenin
------- —-- ------- —-- ------- —-- ------- —-- ------- —--
0 ความคิดเห็น